6 รูปแบบต้นตำรับโยคะ

https://www.workouts-programs.com/2018/04/seven-types-of-yoga.html?m=1

ทุกวันนี้โยคะเป็นที่รู้จักแพร่หลายเป็นอย่างมากทั่วโลก ในหลายๆองค์กรได้นำศาสตร์นี้ มาพัฒนาตนเองและบุคลากรในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ...

https://humanizandoloscuidadosintensivos.com/wp-content/uploads/2015/03/urlhttp1.bp_.blogspot.com-mlIahLHzFBQVPYuHK4gB5IAAAAAAAAHYwqRY3A3pLUOAs1600yoga2B12-2.jpg

“ ใครๆก็สามารถฝึกโยคะได้  โดยไม่เกี่ยวว่าเป็นชายหรือหญิง อายุเท่าไหร่ ” นั่นคือหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของโยคะ และสำหรับผู้ที่เคยมีอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายอย่างหนัก โยคะจะช่วยฟื้นฟูทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ ให้ดีขึ้นได้ วงการแพทย์จึงได้ให้ความสนใจกับศาสตร์โยคะเป็นอย่างมาก

บางรูปแบบของโยคะ ยังเหมาะมากกับผู้ที่ชอบออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะทุกวันนี้ ได้มีการนำโยคะมาผสมผสานกับการออกกำลังกาย และเป็นที่นิยมมากในประเทศทางตะวันตก

 

โยคะ ในประเทศตะวันตกที่ได้รับความนิยมทุกวันนี้ แตกต่างจากต้นตำหรับไปมากทีเดียว เนื่องจากสตูดิโอโยคะมักจะรวมแขนงของโยคะที่มีความหลากหลายเข้าด้วยกัน หรือการนำสินค้าและบริการมาผสมผสาน เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจของพวกเขา เช่นโยคะเบียร์ โยคะร้อน โยคะเปลือย เป็นต้น

ทุกวันนี้โยคะแบ่งได้เป็น 7 รูปแบบที่เป็นที่นิยมอย่างมาก แต่เราจะกล่าวเพียง 6 รูปแบบซึ่งเป็นโยคะจากต้นตำรับดั้งเดิมจริงๆเท่านั้น โดยไม่ได้รวม บีกรัมโยคะ(โยคะร้อน)เข้าไปด้วย เนื่องจากบีกรัมโยคะเป็นโยคะสมัยใหม่ ที่เน้นไปในทางการเผาผลาญพลังงานร่างกายโดยรูปแบบคือฝึกโยคะในห้องที่มีความร้อนเพื่อช่วยในการเผาผลาญพลังงาน


โยคะแบบดั้งเดิมทั้ง 6 รูปแบบ ที่ทั่วโลกยอมรับ

  1. Hatha หฐโยคะ

Hatha หฐโยคะ (หมายถึงพระอาทิตย์) เป็นรูปแบบการฝึกโยคะที่ใช้ฝึกกันมากที่สุดในซีกโลกตะวันตกโดยมีหลักสำคัญสองประการ

    • Meditation สมาธิ

การทำสมาธิ คือการหาทางเข้าสู่อาสนะที่คุณจะรู้สึกสบายที่สุด และเมื่อคุณได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง คุณจะสามารถค้นพบอาสนะที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สบาย และมีความสงบได้อย่างดีเยี่ยม

อาสนะที่คนส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นและเป็นที่รู้จักกันอย่างมากโดยทั่วไป คือท่าดอกบัว โดยการนั่งลงไขว่ห้างแล้ววางเท้าซ้ายอยู่เหนือต้นขาขวาและเท้าขวาอยู่เหนือต้นขาซ้าย นำมือทั้งสองข้างมาประสานกันที่หน้าตัก หลับตา แล้วพยายามควบคุมจิตให้สงบ

    • Improving Energy Within the Body การปรับสมดุลย์พลังงานในร่างกาย

การปรับพลังงานภายในร่างกาย ทำได้โดยการใช้อาสนะที่หลากหลาย และมุ่งเน้นไปที่พลังงานไหลเวียนผ่านร่างกาย มันคือการนำพลังงานบวกเข้ามาหักล้างพลังงานลบสู่ร่างกาย


  1. Raja ราชาโยคะ

ราชาโยคะ (ราช)  ราชาโยคะ คือการควบคุมคลื่นความถี่เพื่อทำให้ใจสงบ จนนำไปสู่การรู้แจ้งด้วยตัวเอง

ค่อนข้างจะยากกว่าหฐโยคะ แต่คงแนวทางคล้ายกัน คือการฝึกเพื่อควบคุมความยับยั้งชั่งใจเพื่อจุดประสงค์แห่งการตรัสรู้และรู้แจ้ง

ส่วนใหญ่มักจะรู้จักกันว่า โยคะดั้งเดิมหรืออัษฎางคโยคะโดยมุ่งเน้นไปที่หลักการทำสมาธิ, ความจดจ่อกับสิ่งนั้นๆ, และควบคุมจิตใจกับร่างกาย สู่การสอนการตรัสรู้องค์แปด โดยมีทั้งหมด 8 ขั้นตอนในการนำไปสู่ราชาโยคะ

  1. ยมะ
  2. นิยามะ
  3. อาสนะ
  4. ปราณายามะ
  5. ปรัตยาหาระ
  6. ธารณา
  7. ธยานะ
  8. สมาธิ

  1. Karma กรรมโยคะ

Karma กรรม (การกระทำ) โดยทั่วไป หมายถึงในแง่ของการทำดีหรือไม่ดีต่อผู้อื่นจะส่งผลให้เกิดสิ่งนั้นกับคุณเช่นกัน

ในส่วนของโยคะ กรรมหมายถึง การเสียสละ การทำกิจกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม และการฝึกโยคะแบบนี้ คุณควรจะยอมรับและให้การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วไป

Karma yoga กรรมโยคะ คือหลักคำสอนจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู ประสงค์ของกรรมโยคะคือการชำระล้างความนึกคิดและจิตใจ, กำจัดพลังงานด้านลบและความคิดทางลบต่างๆ

สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ที่จะไม่ยึดติดของผลลัพธ์จากการกระทำของตัวเอง ซึ่งจะนำไปสู่อิสระแห่งความกลัวและโศกเศร้ากรรมโยคะนั้นมีพื้นฐานทางจิตวิญญาณมากกว่าทางร่างกาย และไม่มีอาสนะที่ตายตัวเชื่อมกับโยคะสไตล์นี้ แต่มันเกี่ยวกับการเข้าอาสนะให้ตัวเราสบายที่สุด ด้วยเหตุนี้ โยคะสไตล์นี้จึงเป็นโยคะที่ไม่หนักหนามากนัก


4. Bhakti Yoga ภักติโยคะ

ภักติ คือความรักและศรัทธาต่อพระเจ้าและครูบาอาจารย์ ภักติโยคะจึงเป็นโยคะประเภทที่เกี่ยวกับจิตใจและวิญญาณ

อุทิศตนให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง รู้จักให้อภัย อดทน ภักติโยคะค่อนข้างคล้ายกับ กรรมโยคะที่สุด รูปแบบความรักที่โยคะแบบนี้มุ่งเน้นคือ

1.รักในวัตถุ

2.รักในมนุษย์

3.รักในจิตวิญญาณ

การเคลื่อนไหวในภักติโยคะซึ่งอยู่ในพระคัมภีร์ฮินดู มีหลักการ 9 ข้อดังนี้

  1. Srvana (การฟัง)
  2. Kirtana (สรรเสริญ)
  3. Smarana (จดจำ)
  4. Pada-Sevana (บริการแสดงผล)
  5. Arcana (บูชา)
  6. Vandana (การแสดงความเคารพ)
  7. Dasya (ภาระจำยอม)
  8. Sakhya (มิตรภาพ)
  9. Atma-Nivedana (ยอมแพ้ต่อตนเอง)

ภักติโยคะ จะมุ่งเน้นที่การทำสมาธิ..มากกว่าการฝึกร่างกาย


5. Jnana Yoga ญาณโยคะ

Jnana เรียกอีกอย่างว่า Gyana yoga เป็นปรัชญาของศาสนาฮินดูที่เกี่ยวกับสิทธิความรู้และภูมิปัญญาที่แท้จริง โดยมุ่งเน้นไปที่การปล่อยวางทางความคิดและพลังงานลบ ผ่านญาณซึ่งนำไปสู่เส้นทางการตรัสรู้

ญาณโยคะ สามารถผนวกกับโยคะอื่นๆ โดยเริ่มจากการรับรู้ประสบการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เราเกิดการไตร่ตรองเพื่อตระหนักถึงความจริง

ญาณโยคะ มี 3 ข้อหลักในการปฏิบัติ ได้แก่

  1. Viveka (ทางสู่การสำนึกตน)
  2. Neti-Neti (ลดอัตตาที่ผิดและวัตถุนิยม)
  3. Vicara (ความเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง)

3 สิ่งนี้คือสิ่งที่ชี้นำโยคีไปในทางที่ถูกต้อง เพื่อให้พวกเขาได้รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองและการใช้ชีวิต ซึ่งแสดงเห็นได้ว่า ญาณโยคะมีเรื่องของสมาธิมากกว่าการทำอาสนะ


 

6.Tantra Yoga ตันตระโยคะ

เป็นวิธีที่จะสามารถปลุกจิตวิญญาณที่อยู่ลึกที่สุดให้ตื่นขึ้นมาได้

Tantra (การขยายตัว) เป็นโยคะประเภทหนึ่งที่ผู้คนทั่วไปจะโฟกัสไปที่เรื่องของราคะ, กามอารมณ์, และคุณภาพชีวิต ตันตระโยคะ มุ่งเน้นสอนถึงการเข้าใจตรัสรู้ผ่านการเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยใช้ระบบของพิธีกรรม

มุ่งสอนสู่การตรัสรู้โดยผ่านทางพิธีกรรม ตระหนักถึงร่างกายตัวเองและขยายความคิด เพื่อให้สามารถเข้าถึงทุกขั้นของสติ พิธีต่างๆที่ได้รับการฝึกฝนจะนำออกมาซึ่งด้านที่อยู่ตรงข้ามกับเพศของผู้ฝึก

ในขณะที่เซ็กส์ เป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรม แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนหลักของตันตระโยคะ จนผู้ฝึกบางคนถึงกับใช้ชีวิตแบบตั้งใจรักษาพรหมจรรย์

มีการฝึกท่าโยคะตันตระสำหรับให้คู่รักได้มาร่วมกิจกรรมกัน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเพศและการเชื่อมต่อแบบพิเศษในความสัมพันธ์ของพวกเขา แต่ก็สามารถทำได้เพียงรายๆไป ซึ่งแบบนี้เรียกว่า กุณฑลินีโยคะ

ตันตระโยคะ มีท่าที่คล้ายๆกับโยคะดั้งเดิมอยู่ เช่น สุนัข นักสู้ เป็นต้น มีความผ่อนคลาย สามารถผลักดันและขยายในตัวของท่านั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นท่า The Pelvic tilt, The Yab Yum, และ  Hercules ล้วนเป็นท่าจากตันตระโยคะทั้งสิ้น

โยคะในแบบนี้ เป็นโยคะที่ดีที่สุดสำหรับการรับรู้ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ และเหมาะมากกับการฝึกเพื่อรู้จักบังคับจิตใจไม่ให้หมกมุ่นในการอารมณ์มากเกินไป เพราะอย่างที่มาสเตอร์ดาลัมได้กล่าวไว้...ไม่ว่าอะไรก็ตามหากมีมากหรือน้อยไป ย่อมจะไม่ดีทั้งนั้น ควรตั้งทุกสิ่งไว้ที่ความพอดี พักผ่อน เซ็กส์ อาหาร เป็นต้น